ความยืดหยุ่นของ “เรือใบ”

            “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของกุนซือเป็ป กวาดิโอล่า สร้างทีมมาจากการใช้เงินสร้างแนวรับขึ้นมาใหม่ทั้งหมด โดยมีการซื้อตัวรุกเข้ามาเสริมทีมและผสมกับนักเตะเก่าที่มีอยู่ ทำให้ตอนนี้ถือเป็นทีมที่มีนักเตะในทีมชุดใหญ่มากมายหลายคน ซึ่งแต่ละคนถือว่ามีฝีเท้าที่ใกล้เคียงและไม่ต่างกันมากนัก ทำให้ระบบทีมของแมนเชสเตอร์ ซิตี้มีความยืดหยุ่นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งสามารถจัดตัวผู้เล่น 11 นักเตะแบ่งได้เป็น 2 ทีมเลยทีเดียว หากไม่มีการขายนักเตะที่ไม่ใช้งานออกจากทีมไปก่อน เพราะบรรดานักเตะที่ผู้จัดการทีมชาวสแปนิชไม่ค่อยได้ใช้งาน ทางสโมสรก็ยังไม่มีการออกจากทีมไป และยังพร้อมจ่ายค่าเหนื่อยแบบไม่ได้ผลตอบแทนอีกด้วย

การที่ทีมมีขนาดใหญ่ ทำให้พวกเขาสามารถสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันลงสนามได้อย่างไม่ติดขัดในเรื่องของคุณภาพนักเตะ โดย Dept Chart ของพวกเขาถือว่าดีที่สุดทีมหนึ่งของยุโรปเลยก็ว่าได้ โดยผู้รักษาประตูของทีมมีเอแดร์ซอนเป็นมือ 1 และเคลาดิโอ บราโว่ เป็นมือ 2 ส่วนแบ็คขวามีไคลย์ วอร์คเกอร์ เป็นตัวจริง และมีดานิโล่เป็นตัวสำรอง แบ็คซ้ายเป็นแบ็งจาแม็ง เมนดี้ และฟาเบียน เดลป์ คู่ปราการหลังตัวจริงเป็นนิโคลัส โอตาเมนดี้ กับจอห์น สโตน ส่วนตัวสำรองเป็นแว็งซ็องต์ กอมปานี และอัลเมริค ลาปอร์เต้

ตำแหน่งกองกลางและกองหน้าพวกเขายิ่งหมุนเวียนกันง่ายขึ้น เพราะนักเตะสามารถหมุนเวียนเล่นได้หลายตำแหน่งในแนวรุก ทำให้พวกเขามีความยืดหยุ่นมาก โดยกองกลางตัวมีแฟร์นานดินโญ่ เป็นตัวจริง และอิลกาย กุนโดกันเป็นสำรอง ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ในแนวรุก อดีตกุนซือของบาร์เซโลน่า และบาเยิร์น มิวนิค สามารถจัดนักเตะสลับกันลงสนามได้ทั้งหมดในการเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก และปีกสองฝั่ง ทั้งเลรอย ซาเน่ เควิน เดอ บรอยน์ ดาวิด ซิลบา ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ริยาด มาห์เรซ แบร์นาโด้ ซิลวา สามารถจัดสรรเล่นด้วยกันได้หมด ส่วนกองหน้าตัวเป้ามีทั้งเซร์คิโอ อเกวโร่ และกาเบรี้ยล เฆซุส ที่สลับกันลงสนามเป็นตัวจริงอยู่แล้วเมื่อฤดูกาลก่อน ซึ่งความยืดหยุ่นนี้ ทำให้กุนซืออย่างเป็ป กวาดิโอล่า สามารถจัดตัวลงสนามได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบ 3-5-2 หรือ 4-2-3-1 หรือจะ 4-3-3 ก็ตาม เพื่อให้เหมาะกับคู่แข่งที่พวกเขาต้องเจอ จนประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่ทำลายสถิติของศึกพรีเมียร์ลีกมากมาย ทั้งคะแนนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และทำประตูมากสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก