ความซวยตกที่ราฮีม

  การมาของริยาด มาห์เรซ ตัวรุกทีมชาติแอลจีเรีย ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไปคว้าตัวมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ ที่ราคาเป็นสถิติสโมสรที่ 60 ล้านปอนด์ ทำให้สะเทือนนักเตะในแนวรุกหลายๆ คนที่ไม่ได้มีตำแหน่งแน่นอนตายตัว โดยเฉพาะพวกตัวนักเตะริมเส้นทั้งหลาย ที่อาจจะต้องกลายเป็นตัวสำรองได้ในฤดูกาลนี้ เนื่องจากการซื้อนักเตะที่เป็นสถิติสโมสรมาร่วมทีม ก็คงหวังจะให้มาเป็นตัวจริงในถิ่นอิติฮัด สเตเดี้ยมในฤดูกาลนี้อย่างแน่นอน แต่ติดปัญหาตรงที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วแนวรุกของทีม “เรือใบสีฟ้า” ต่างโล้สำเภากันได้อย่างสนุกสนาน และค่อนข้างลงตัวกับจำนวนนาทีในการลงเล่นแล้ว จะมีแค่เพียงแบร์นาโด้ ซิลวา ตัวรุกทีมชาติโปรตุเกสที่ซื้อมาจากโมนาโก้เพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ได้โอกาสลงสนามน้อยกว่าเพื่อน โดยจะได้ลงเพียงเกมในบอลถ้วยเป็นส่วนใหญ่ แต่ทั้งเลรอย ซาเน่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และดาบิด ซิลบา ต่างได้ลงสนามพอๆ กัน แต่ในฤดูกาลที่จะถึงนี้น่าจะต้องมีคนใดคนหนึ่งที่จะหลุดไปเป็นตัวสำรอง ซึ่งหากวัดเรื่องฝีเท้า และชื่อชั้นแล้ว ความซวยอาจจะต้องไปตกที่ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษวัย 23 ปีที่พวกเขาไปซื้อมาจากลิเวอร์พูลในราคาเกือบ 50 ล้านปอนด์เมื่อ 3 ปีก่อน

ฤดูกาลที่แล้วคือฤดูกาลที่ราฮีม สเตอร์ลิ่งทำผลงานได้ดีที่สุดในอาชีพของเขาแล้ว และเหมือนมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดดขึ้นมาอีกขั้นในยุคของเป็ป กวาดิโอล่านี้ โดยสามารถทำได้ถึง 23 ประตูในทุกรายการ ซึ่งในช่วงต้นฤดูกาลเขาสามารถเป็นผู้ทำประตูชัยให้ทีมหลายนัดด้วย หรือว่าเป็นแมตช์ วินเนอร์ของทีมนั่นเอง แต่พอไม่ได้อยู่ในการดูแลของกุนซือชาวสเปน แล้วต้องมาเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ ดูเหมือนว่าเขาจะกลับไปเป็นราฮีมคนเดิมกับเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว คือการจบสกอร์ที่ไม่มีความเฉียบขาด รวมถึงการตัดสินใจในจังหวะสุดท้ายก็ไม่ดีด้วย เหมือนอย่างเช่นในศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมา ซึ่งเขาไม่สามารถทำประตูให้ทีมชาติอังกฤษได้เลย ทั้งๆ ที่มีโอกาสทองถึงหลายครั้งด้วยกัน

ฤดูกาลที่จะถึงนี้โอกาสที่ราฮีม สเตอร์ลิ่งจะต้องหลุดไปเป็นตัวสำรองก่อนถือว่ามีมากเลยทีเดียว แต่เขายังมีโอกาสที่ดีกว่าคู่แข่งคนอื่นในทีม เนื่องจากเขาสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแนวรุก รวมถึงตำแหน่งกองหน้าด้วย ทำให้โอกาสที่จะได้ลงสนามก็น่าจะมีอยู่บ้าง ทั้งในฐานะตัวจริง หรือแม้จะเป็นตัวสำรองก็ตาม