ความกระหาย

  หลังจากผ่านศึกพรีเมียร์ลีกไปเพียง 2 นัดเท่านั้น เราก็ได้เห็นพัฒนาการของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในยุคของเป็ป กวาดิโอล่ากันแล้ว ทั้งในนัดที่บุกเอาชนะอาร์เซน่อลได้ถึงถิ่นเอมิเรต สเตเดี้ยม 2-0 และในนัดที่เปิดรังอิติฮัด สเตเดี้ยมถล่มฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ 6-1 ซึ่งเห็นได้ชัดว่าทีม “เรือใบสีฟ้า” มีความหื่นกระหายในการทำประตูอย่างมาก โดยเฉพาะในนัดที่ 2 ของฤดูกาลที่ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีข่าวร้ายระหว่างสัปดาห์ที่ต้องเสียเควิน เดอ บรอยน์ กองกลางคนเก่งของทีมที่ได้รับบาดเจ็บจนต้องพักถึง 3 เดือนเลยทีเดียว แต่ด้วยนักเตะในแนวรุกที่สามารถหมุนเวียนกันเพียงพอ และไม่ว่าใครจะลงสนามไปก็สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้เป็นอย่างดี แถมลูกทีมของกุนซือชาวสเปนก็ยังสามารถปรับเปลี่ยนระบบการเล่นกันได้ในแต่ละนัด และยังคงรักษาทรงเกมให้ออกมามีคุณภาพเท่าเดิมด้วย

ในเกมที่พวกเขาเปิดรังถล่มใส่ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ ทีมที่เป็นตัวเต็งว่าจะตกชั้นในฤดูกาลนี้ ทีมแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้สแดงให้เห็นว่าพวกเขามีความหิวกระหายในการทำประตูเป็นอย่างมาก ซึ่งไล่มาตั้งแต่การจัดแผนของตัวกุนซือด้วย เมื่อเป็ป กวาดิโอล่าปรับแผนจาก 4-2-3-1 มาเป็น 3-5-2 ทันที โดยส่งกาเบรี้ยล เฆซุสลงไปเป็นกองหน้าคู่กับเซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ทำให้พวกเขาครองบอลบุกใส่ตั้งแต่ต้นเกมเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะมาได้ประตูแรกในหลังผ่านครึ่งชั่วโมงแรกมาแล้วก็ตาม แต่พอเปิดแผลแรกของทีมเยือนได้แล้ว หากเป็นทีมอื่นอาจจะเพลาเกมบุกลงบ้าง และเล่นไปตามจังหวะของเกม แต่แมนเชสเตอร์ ซิตี้กลับบุกใส่หนักขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งมันเหมือนกับปลาฉลามที่ได้กลิ่นคาวเลือดอย่างมาก เมื่อเห็นแผล เห็นช่องของคู่ต่อสู้แล้วจะยิ่งทะลวงให้หนักขึ้น จนสุดท้ายฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์ก็โงหัวไม่ขึ้น และโดนถล่มไปครึ่งโหลในที่สุด ยังดีที่สามารถตีไข่แตกมาได้ 1 ประตู ทำให้สกอร์ที่แพ้ดูน่าเกลียดน้อยลงนิดหน่อย

นอกจากทีมจะมีความกระหายในการทำประตูแล้ว ทางด้านของตัวนักเตะก็มีความหื่นกระหายในการทำประตูอย่างมากเช่นกัน โดยเฉพาะเซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ทำแฮตทริคได้ในนัดนี้ด้วย ก่อนที่จะโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งเวลาหลัง ซึ่งมันแสดงให้เห็นว่าเขายังมีความต้องการในการทำประตูอยู่เสมอ รวมถึงกาเบรี้ยล เฆซุส กองหน้าทีมชาติบราซิลด้วย ซึ่งส่วนนี้ต้องชื่นชมเป็ป กวาดิโอล่า